แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผบ.ตร. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผบ.ตร. แสดงบทความทั้งหมด

บอสใหญ่ “ปืนกล็อก” เสนอขายปืนให้ ตร.ในราคาพิเศษ

22/4/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 21 เม.ย.2558

บอสใหญ่ปืน “กล็อก” เข้าพบ ผบ.ตร.เสนอขายปืนราคาพิเศษ ตามโครงการซื้อปืนประจำกายราคาพิเศษให้ข้าราชการตำรวจ เพื่อทดแทนปืนรุ่นเก่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กันอยู่ในขณะนี้

วันนี้ (21 เม.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสเวน เดอร์ โซเตอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กล็อก เอเชียแปซิฟิก จำกัด และคณะ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อแสดงเจตจำนงต้องการขายปืนกล็อกให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดโครงการซื้อปืนประจำกายราคาพิเศษให้ข้าราชการตำรวจ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า วันนี้บริษัท กล็อก เอเซียแปซิฟิก จำกัด ได้มาเข้าพบและแสดงความจำนงที่จะขายปืนกล็อกให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในส่วนที่ตนจะจัดโครงการซื้ออาวุธปืนราคาถูกให้แก่ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย หรือทุกระดับที่ต้องการมีปืนไว้เป็นของตนเอง คงจะเป็นปืนที่เป็นมาตรฐานเดียวกับที่มีขายอยู่ทั่วโลก แต่จะเป็นปืนที่มีราคาพิเศษ ขายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ในส่วนนี้ก็จะต้องมีการทำเรื่องเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ทางรัฐบาลช่วยสนับสนุนโครงการนี้ เนื่องจากตนเองต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีปืนเป็นของตนเองและเป็นปืนที่มีราคาพิเศษกว่าในท้องตลาดด้วย โดยการจัดหาซื้อปืนนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการอยู่ อีกส่วนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความต้องการที่จะจัดหาปืนและอุปกรณ์เครื่องใช้ประจำกายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ปฏิบัติ เช่น ปืนรุ่นใหม่ที่มีแหนบกระสุนพิเศษ ที่มีเข็มขัดที่เป็นรูปแบบเดียวกัน ทั้งนี้ก็เพื่อมาทดแทนปืนรุ่นเก่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กันอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นปืนที่ล้าสมัย เก่า และในบางครั้งมีการใช้งานไม่ได้ ในขณะที่คนร้ายมีการพัฒนาใช้อาวุธปืนที่ร้ายแรงมีประสิทธิภาพสูง ถ้าหากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังใช้ปืนของราชการรุ่นเก่าอยู่ก็จะเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า ราคาของปืนก็จะอยู่ที่ 18,000 บาท ส่วนจำนวนจะเพียงพอต่อความต้องการของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตำรวจ ขณะนี้ก็มีการสำรวจและได้ขอให้มีการส่งรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการปืนรุ่นใหม่ภายในวันที่ 20 ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ส่วนกลางก็อยู่ระหว่างรวบรวมอยู่ หากมีจำนวนมากจะต้องมีการทยอยซื้อเป็นรอบๆ ไป เรื่องราคาก็ไม่ขอยืนยันว่าจะคงที่ 18,000 บาท แต่จะพยายามให้ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันขึ้นอยู่กับค่าเงินในขณะนั้นด้วย และปืนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องซื้อเป็นปืนประจำกาย เท่าที่ศึกษาก็ต้องมีเรื่องภาษีบุคคล ส่วนนี้ก็อาจต้องมีบวกลบนิดหน่อย แต่คงไม่มาก ในส่วนโครงการนี้ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ อย่างที่เคยบอกว่าตนมีความตั้งใจอยากทำอะไรให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการตำรวจมากๆ แต่เรื่องนี้ก็ต้องเป็นโยบายของรัฐบาลด้วย แต่ตนก็คิดว่านายกรัฐมนตรีก็เล็งเห็นความสำคัญของปืนที่ตำรวจชั้นผู้น้อยควรจะมี เพราะปืนล็อตนี้เราจะไม่ให้มีการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของคนอื่นนอกจากผู้สืบสกุลเท่านั้น
Read more ...

วางศิลาฤกษ์ รพ.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

26/1/58
วันที่ 26 มกราคม 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจประจำ ศชต. และในเวลา 09:39 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีวาง ศิลาฤกษ์การก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังกัด โรงพยาบาลตำรวจ ในพื้นที่รับผิดชอบ ศชต. โดยมี คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจและทหารในพื้นที่เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จ.ยะลา

Read more ...

“พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผบ.ตร. กับการถือหุ้นในพอร์ตอสังหาฯ-สื่อสาร และ....!?

12/12/57
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

12 ธันวาคม 2557 12:13 น.

“พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผบ.ตร. กับการถือหุ้นในพอร์ตอสังหาฯ-สื่อสาร และ....!?

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในยุคสมัยที่กำลังก้าวสู่ AEC กำลังทำให้การแข่งขันในธุรกิจนี้ อยู่บนสังเวียนของการฟาดฟัน!! การจะสร้างอัตราเติบโต สร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่เหมือนสมัยรุ่นบุกเบิกอย่างเจ้าสัวคนดังอาจจะต้องใช้เวลานับหลายสิบปี แต่ในยุคแห่งกระแสทุน ตลาดทุน ตลาดเงินได้เปิดกว้าง และโอกาสในการสร้างธุรกิจให้เติบใหญ่ เพียงแค่ชั่วข้ามคืนก็มีสินทรัพย์ได้เป็นหมื่นล้าน แสนล้านบาท!! และสิ่งที่จะเห็นจากนี้ การเทกโอเวอร์กิจการจะเป็นเรื่องที่เห็นบ่อย และถี่มากขึ้น

แต่วิธีการเข้าไปบริหารธุรกิจแบบครอบงำแล้ว หนึ่งในนั้น คือ การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง จะเรียกว่า เป็นการเสริมพันธมิตรทางธุรกิจที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ขององค์กรได้...
และจะว่าไปแล้ว เคสของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันดีกับบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง “กฤษดามหานคร หรือ KMC” ก็เป็นที่คนในวงการให้ความสนใจ! เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ทุ่มเงินกว่า 855 ล้านบาท ซื้อหุ้นใหญ่ 2,500 ล้านหุ้น ตามติดด้วย นายนิรันดร์ เหตระกูล 550 ล้านหุ้น รวมมูลค่า 488.10 ล้านหุ้น

และที่ฮือฮา เมื่อ บริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ WAT มีมติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่นักลงทุนในวงจำกัด (PP) ทั้งหมด 11 ราย รวม 25,999,999,990 หุ้น ในราคา 0.036 บาท/หุ้น คิดเป็นวงเงินรวม 935,999,999.64 บาท โดยในจำนวน 11 รายนี้ มี “กลุ่มพุ่มพันธุ์ม่วง” ได้ไปมากที่สุดรวม 10,000,000,000 หุ้น แบ่งเป็น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้ในสัดส่วนมากที่สุดอันดับ 1 คือ 7,500,000,000 หุ้น มูลค่ารวม 270 ล้านบาท และ น.ส.ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ได้มากสุดอันดับที่ 3 จำนวน 2,500,000,000 หุ้น มูลค่า 90 ล้านบาท หลังการซื้อหุ้น ส่งผลให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ถือหุ้น WAT ในสัดส่วน 14.20% และ น.ส.ชมกมล พุ่มพันธ์ม่วง สัดส่วน 4.73%

หรือแม้แต่ธุรกิจสื่อสาร กลุ่ม “พุ่มพันธุ์ม่วง” ได้เข้าไปมีบทบาทในกิจการ M LINK หลังผลักดันให้ลูกสาวเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน 150 ล้าน

...นี่อาจจะเป็นก้าวแรกในตำแหน่ง ผบ.ตร.บนเส้นทางนักลงทุนบนธุรกิจ แต่ดูเหมือนว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังไม่หยุดนิ่ง จากนี้ไปคงต้องติดตามเป้าหมายใหม่!! จะใช่ธุรกิจในวงการสื่อสารมวลชนหรือไม่ อันนี้ต้องคอยดู!!

“พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผบ.ตร. กับการถือหุ้นในพอร์ตอสังหาฯ-สื่อสาร และ....!?

วกมาค่ายยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาฯ อีกรายบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS หลังจาก เปิดจอง “พลัมคอนโด แหลมฉบัง” คอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัทฯ ที่เปิดตัวตลาดต่างจังหวัด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ชีวิตติดสบาย เต็มสไตล์ความสุข” เมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยกวาดยอดขายกว่า 70% และการสร้างปรากฏการณ์การเข้าคิวข้ามคืนเพื่อจองซื้อห้องชุด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ Lifestyle ผู้พักอาศัย และผู้ที่ทำงานในแหลมฉบัง สร้างความสะดวกสบาย และเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบ* รูปแบบ 1 ห้องนอน เริ่มต้นเพียง 1 ล้านต้นๆ รีบจับจองได้แล้ววันนี้

ช่วงใกล้สิ้นปีแบบถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ขยันจัดโปรโมชันแรงๆ เอาใจลูกค้ากันสุดๆ สำหรับค่ายอสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ก็ยังลุยต่อเนื่อง ล่าสุด ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง “ชูรัชฎ์ ชาครกุล” สั่งลุยช่วงโค้งสุดทายของปี จัดโปรโมชันโดนๆ หวังเอาใจลูกคาที่กำลงมองหาบ้านพร้อมอยู่ ใกล้แหล่งคนาคมเดินทางสะดวก ภายใต้แบรนด์ “แลนซีโอ” “แลนซีโอ คริป” โครการทาวน์โฮม สุดคุ้ม “ไลโอ” และโครงการคอนโดมิเนียมสุดชิค “ลิปป์” และ “ลีโว” ทั่วทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด มาจัดโปรโมชัน “LAST DEAL จัดใหญ่ส่งท้ายปี กับบ้านพร้อมอยู่ จองเพียง 5,000 บาท เข้าอยู่ทันที” โปรโมชันดีๆ แบบนี้ จัดเฉพาะวันที่ 13-21 ธันวาคม 2557 นี้เท่านั้น

เสร็จสิ้นกันไปแล้วสำหรับงานแสดงบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน DDproperty Show โดยมี ณพงศ์ ปานทอง Head fo Marketing รับหน้าที่ดูแลโครงการที่อยู่อาศัยทำเลเด่นรวมกว่า 20 โครงการ ที่ขนโปรโมชันเด่น ส่วนลดเต็มที่ หวังเร่งยอดขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 57 ซึ่งงานครั้งนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ The Fabulous Festival รวบรวมโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบ และแนวสูงทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น บางแสน พัทยา ชะอำ หัวหิน และภูเก็ต พร้อมใจส่งโปรโมชันพิเศษที่น่าสนใจมาเอาใจลูกค้ากันเต็มที่ ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว
Read more ...

ผบ.ตร.กำชับป้ายบนป้อมจราจรผิด กม.ต้องรื้อทิ้งทั่วประเทศ

4/12/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 2 ธ.ค.2557

ผบ.ตร. มอบนโยบายด้านการจราจร แก้ปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้มีความเป็นระเบียบ และคลายความหนาแน่น โดยให้นำระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรด้วยรีโมตคอนโทรลมาใช้แทน ตร. จราจร ย้ำป้ายบนป้อมจราจรที่ผิดกฎหมายให้รื้อทิ้ง โดยเฉพาะป้ายที่ใช้ไฟหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันนี้ (2 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายด้านการจราจร พร้อมด้วย พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อการแก้ปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้มีความเป็นระเบียบและคลายความหนาแน่นลง และมีโครงการจะใช้การควบคุมสัญญาณไฟจราจรด้วยรีโมตคอนโทรล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสามารถไปยืนประจำแยกโดยไม่ต้องกดสัญญาณไฟด้วยตนเองอีก รวมถึงการทำป้อมตำรวจให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศด้วย

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า วันนี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลงานด้านการจราจรภายในกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลมาพูดคุยกัน เพื่อหาวิธีการที่จะแก้ปัญหาการจราจร และทำให้การจราจรในเขต กทม. ลดความหนาแน่นลงบ้าง โดยการประชุมมีข้อสรุปในการแก้ปัญหา ดังนี้ 1. ให้ลดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนลง ซึ่งเดิมมีหมู่ละ 10 นาย ให้ลดเหลือ 8 นาย คือ การถอนกำลังลง 2 นาย ที่โดนตัดกำลังคือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งในอดีตถูกสั่งการให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนของแต่ละกองบัญชาการให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดังเดิม 2. มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ซึ่งรับผิดชอบงานด้านจราจร สำรวจว่ามีแยกใด หรือจุดใดที่สามารถนำอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือมาช่วยในการควบคุมสัญญาณไฟ หรือ การควบคุมสัญญาณไฟด้วยรีโมตคอนโทรล ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ยืนยันว่าสามารถใช้การได้ดี และช่วยให้การควบคุมสัญญาณไฟตามแยกต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไม่ต้องมากดสัญญาณไฟเอง สามารถไปประจำจุดอยู่ตามแยก เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่จริง และ 3. กรณีที่มีการสั่งการให้ บก.02 จะต้องส่งผู้บังคับการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้ง ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม หมุนเวียนกันมาประจำ บก.02 เพื่อสั่งการแก้ปัญหาการจราจรให้ได้ประสิทธิภาพ มี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) ดูแลงานด้านจราจร เป็นผู้สั่งการเรียบร้อยแล้ว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ที่รับผิดชอบป้อมตำรวจต่างๆ ว่า จะมีการทำป้อมตำรวจให้ถูกต้องตามกฎหมาย ป้ายต่างๆ ที่ผิดกฎหมายให้รื้อทิ้ง โดยเฉพาะป้ายที่ใช้ไฟหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ดำเนินคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนป้อมต่างๆ นั้น ในขณะนี้ได้สั่งให้มีการออกแบบเพื่อให้ป้อมตำรวจทั่วประเทศมีรูปแบบเดียวกันเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยป้อมตำรวจจะต้องมีสัญลักษณ์ หรือภาษาที่บอกได้ถึงความเป็นสากล ทำให้เข้าใจได้ว่านี่คือป้อมตำรวจ ซึ่งได้สั่งให้มีการออกแบบเป็นสามลักษณะขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ ทั้งนี้ จะมีการทำให้ป้อมทุกป้อม ขึ้นทะเบียนกับกรมธนารักษ์ ราชพัสดุ คือทำให้ถูกกฎหมายและตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
Read more ...