แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอร์รัปชั่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอร์รัปชั่น แสดงบทความทั้งหมด

ผบช.น.สั่งคงสภาพป้ายโฆษณาติดผิดระเบียบ

21/1/58
โดยไอเอ็นเอ็น เมื่อ 21 ม.ค.2558

"พล.ต.ท.ศรีวราห์" สั่งทุก ผบก.น.1-9 คงสภาพป้ายโฆษณาติดตั้งผิดระเบียบ จนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีคำสั่งที่ 0015.182/23 ลงวันที่ 20 มกราคม 2558 เรื่องให้คงสภาพของป้ายโฆษณา ซึ่งมีการติดตั้งในพื้นที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผบก.น.1-9 ด้วยกรณีมีการติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่รับผิดชอบไม่เป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดย บช.น. และ บก.น.1-9 ได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และ บช.น. พิจารณาแล้ว

จึงให้พื้นที่รับผิดชอบซึ่งป้ายโฆษณาดังกล่าวติดตั้งอยู่นั้นให้คงสภาพของป้ายโฆษณาที่ติดตั้งไว้และห้ามรื้อถอนแต่อย่างใดจนกว่าคณะเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ทำการตรวจสอบ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น
Read more ...

พงศพัศ ยันโรงพัก 396 แห่ง สร้างเสร็จทันปี 2559

2/1/58
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม เมื่อ 2 ม.ค.2558

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @PoliceSpokesmen

พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ ยันโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศที่ถูกทิ้งร้างใช้การไม่ได้ จะสร้างเสร็จทันปี 2559 เพื่อเป็นของปีใหม่ 2558 สำหรับตำรวจและคนไทยทั้งประเทศ

วันที่ 2 มกราคม 2558 พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายบริหาร ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าในการก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศที่ถูกทิ้งร้างจนใช้การไม่ได้ว่า ในการดำเนินการก่อสร้างสถานีตำรวจทั้ง 396 หลังที่ถูกทิ้งร้างไว้เป็นเวลานาน เพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็วนั้น เป็นเรื่องที่ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสถานีตำรวจถือเป็นด่านหน้าสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะนอกจากจะเป็นหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่แล้ว ยังเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

โดยการดำเนินการก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศต่อนั้น ได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ ในระยะที่ 1 เป็นการก่อสร้างสถานีตำรวจ จำนวน 181 หลัง ใช้งบประมาณที่ยังเหลืออยู่เดิม โดยใช้วิธีการกระจายและโอนงบประมาณลงไปให้แต่ละจังหวัด เพื่อดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดการแข่งขันของผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมาในพื้นที่ด้วยความเป็นธรรม และโปร่งใสอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้ในแต่ละพื้นที่ก็ได้ผู้รับจ้าง รวมถึงมีการลงนามในสัญญาไปแล้วทั้ง 181 แห่ง

และขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างต่อจากที่เคยค้างอยู่เดิม โดยเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้คือโรงพักขนาดเล็กจำนวน 101 หลังจะแล้วเสร็จภายใน 330 วัน โรงพักขนาดกลาง 59 หลังแล้วเสร็จภายใน 360 วัน และโรงพักขนาดใหญ่อีก 20 หลัง จะแล้วเสร็จภายใน 390 วัน ซึ่งก็คือ ภายในเดือนกันยายน 2558

สำหรับในส่วนโรงพักที่เหลืออยู่อีก 215 แห่งนั้น เป็นโรงพักขนาดเล็ก 77 หลัง ขนาดกลาง 72 หลัง และขนาดใหญ่อีก 66 หลัง กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในปี 2559

พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าวทิ้งท้ายถึงการตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงพักพื้นที่ สภ.สระยายโสม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ว่า สถานีตำรวจแห่งนี้ ได้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อารียาก่อสร้าง ซึ่งชนะการประมูลเป็นผู้รับจ้าง โดยเริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 จะแล้วเสร็จวันที่ 18 เมษายน 2558 และทำให้เป็นสถานีตำรวจแห่งแรกที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ หลังจากถูกทิ้งร้างมานานเกือบ 2 ปีอีกด้วย
Read more ...

ผบ.ตร.กำชับป้ายบนป้อมจราจรผิด กม.ต้องรื้อทิ้งทั่วประเทศ

4/12/57
โดยผู้จัดการ เมื่อ 2 ธ.ค.2557

ผบ.ตร. มอบนโยบายด้านการจราจร แก้ปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้มีความเป็นระเบียบ และคลายความหนาแน่น โดยให้นำระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรด้วยรีโมตคอนโทรลมาใช้แทน ตร. จราจร ย้ำป้ายบนป้อมจราจรที่ผิดกฎหมายให้รื้อทิ้ง โดยเฉพาะป้ายที่ใช้ไฟหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันนี้ (2 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายด้านการจราจร พร้อมด้วย พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อการแก้ปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้มีความเป็นระเบียบและคลายความหนาแน่นลง และมีโครงการจะใช้การควบคุมสัญญาณไฟจราจรด้วยรีโมตคอนโทรล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสามารถไปยืนประจำแยกโดยไม่ต้องกดสัญญาณไฟด้วยตนเองอีก รวมถึงการทำป้อมตำรวจให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศด้วย

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า วันนี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลงานด้านการจราจรภายในกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลมาพูดคุยกัน เพื่อหาวิธีการที่จะแก้ปัญหาการจราจร และทำให้การจราจรในเขต กทม. ลดความหนาแน่นลงบ้าง โดยการประชุมมีข้อสรุปในการแก้ปัญหา ดังนี้ 1. ให้ลดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนลง ซึ่งเดิมมีหมู่ละ 10 นาย ให้ลดเหลือ 8 นาย คือ การถอนกำลังลง 2 นาย ที่โดนตัดกำลังคือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งในอดีตถูกสั่งการให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนของแต่ละกองบัญชาการให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดังเดิม 2. มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ซึ่งรับผิดชอบงานด้านจราจร สำรวจว่ามีแยกใด หรือจุดใดที่สามารถนำอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือมาช่วยในการควบคุมสัญญาณไฟ หรือ การควบคุมสัญญาณไฟด้วยรีโมตคอนโทรล ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ยืนยันว่าสามารถใช้การได้ดี และช่วยให้การควบคุมสัญญาณไฟตามแยกต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไม่ต้องมากดสัญญาณไฟเอง สามารถไปประจำจุดอยู่ตามแยก เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่จริง และ 3. กรณีที่มีการสั่งการให้ บก.02 จะต้องส่งผู้บังคับการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้ง ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม หมุนเวียนกันมาประจำ บก.02 เพื่อสั่งการแก้ปัญหาการจราจรให้ได้ประสิทธิภาพ มี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) ดูแลงานด้านจราจร เป็นผู้สั่งการเรียบร้อยแล้ว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ที่รับผิดชอบป้อมตำรวจต่างๆ ว่า จะมีการทำป้อมตำรวจให้ถูกต้องตามกฎหมาย ป้ายต่างๆ ที่ผิดกฎหมายให้รื้อทิ้ง โดยเฉพาะป้ายที่ใช้ไฟหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ดำเนินคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนป้อมต่างๆ นั้น ในขณะนี้ได้สั่งให้มีการออกแบบเพื่อให้ป้อมตำรวจทั่วประเทศมีรูปแบบเดียวกันเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยป้อมตำรวจจะต้องมีสัญลักษณ์ หรือภาษาที่บอกได้ถึงความเป็นสากล ทำให้เข้าใจได้ว่านี่คือป้อมตำรวจ ซึ่งได้สั่งให้มีการออกแบบเป็นสามลักษณะขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ ทั้งนี้ จะมีการทำให้ป้อมทุกป้อม ขึ้นทะเบียนกับกรมธนารักษ์ ราชพัสดุ คือทำให้ถูกกฎหมายและตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
Read more ...

"ชูวิทย์" จี้"บิ๊กปู" ฟันผกก.ติดตั้งป้ายดิจิตอลบนป้อมจราจร 14 สน.

17/11/57


โดยผู้จัดการ เมื่อ 17 พ.ย.2557

"ชูวิทย์" ประธานมูลนิธิต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์ ยื่นเรื่องผบช.น. ให้ดำเนินการขั้นวินัยกับผกก.ในพื้นที่ 14 สน. 53 จุด กรณีติดตั้งป้ายโฆษณาบนตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อได้รับผลประโยชน์ที่มิควรได้รับโดยมิชอบ

วันนี้(17พ.ย.) เมื่อเวลา11.00น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ประธานมูลนิธิต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์(อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย) มายื่นหนังสือร้องทุกข์ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กรณีตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่ติดตามแยกต่างๆทั่วกทม. จำนวน 53 แห่ง ซึ่งทางมูลนิธิฯได้บริจาคให้ทางราชการ ได้ถูกนำไปประกอบกิจการการหาผลกำไรจากโฆษณาต่างๆ หรือการติดตั้งป้ายดิจิตอลเรืองแสง หรือจอแอลอีดี หรือป้ายโฆษณาอื่นๆโดยผิดกฎหมาย

เมื่อเดินทางมาถึงบช.น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กราบสักการะร้องทุกข์กับพระบรมรูปทรงม้า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ประจำบช.น. ก่อนจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผบช.น.

นายชูวิทย์ กล่าวว่า ขอร้องเรียนให้ผบช.น. ดำเนินการทางวินัยขั้นร้ายแรงกับข้าราชการตำรวจในสังกัด ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ สารวัตรประจำสถานีตำรวจนครบาลในท้องที่ ที่เป็นที่ตั้งตู้สัญญาณไฟจราจรทั้ง 53 แห่ง กรณียินยอมให้บริษัทสื่อโฆษณาเข้ามาดำเนินการติดตั้งป้ายโฆษณาดังกล่าว และดำเนินการกับข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ที่ยังคงอนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาอย่าต่อเนื่อง ซึ่งมีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับผลประโยชน์ที่มิควรได้รับ ตามมาตรา79(1) พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า การร้องเรียนดังกล่าว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการติดตั้งป้ายแอลอีดีในที่ๆไม่สมควร ซึ่งเงินที่ได้รับจากการโฆษณาจำนวน 4 ล้านบาท ถือว่าไม่ถูกต้อง และยังไม่มีที่มาที่ไป

ทั้งนี้ทางผบช.น.จะดำเนินการเรื่องร้องเรียนดังกล่าว และจะตรวจสอบที่มาที่ไป และจะแจ้งให้รับทราบภายใน 5 วัน สำหรับป้อมตำรวจทั้ง 53 ป้อม อยู่ในพื้นที่ 14 สถานีตำรวจนครบาล ได้แก่ 

สน.ดุสิต จำนวน 10 ป้อม 

สน.พญาไท จำนวน 9 ป้อม 

สน.ทุ่งมหาเมฆ จำนวน 7 ป้อม 

สน.ทองหล่อ จำนวน 5 ป้อม 

สน.ห้วยขวาง จำนวน 4 ป้อม 

สน.ปทุมวัน จำนวน 4 ป้อม 

สน.คลองตัน จำนวน 3 ป้อม 

สน.สำราญราษฎร์ จำนวน 3 ป้อม 

สน.บางรัก จำนวน 2 ป้อม 

สน.สามเสน จำนวน 2 ป้อม 

สน.ชนะสงคราม จำนวน 1 ป้อม 

สน.พระโขนง จำนวน 1 ป้อม 

สน.วังทองหลาง จำนวน 1 ป้อม และ 

สน.ดินแดง จำนวน 1 อาคาร
Read more ...