"เกียรติยศตำรวจ(คน)ไทยในลอสแองเจ­ลลิส"

24/7/58
โดยยูทูป ช่อง Pinitkarnt Uploaded on Oct 9, 2009

สารคดีเชิงข่าว ตอน"เกียรติยศตำรวจ(คน)ไทยในลอสแองเจ­ลลิส" รายงานพิเศษจากอเมริกา"ตอนที่ 18 ในความร่วมมือระหว่าง วิทยุเสียงอเมริกา Voice Of America หรือ VOA ภาคภาษาไทย กับ สถานีข่าว TNN24 (ทรูวิชั่นส์) ของโครงการคัดเลือกผู้สื่อข่าวด้านวิทยุโท­รทัศน์จากประเทศไปร่วมทำงานกับ VOA ภาคภาษาไทย ที่กรุงวอชิงตัน 
Read more ...

การทำงานของสายตรวจอเมริกา

24/7/58
โดยยูทูปช่อง Pinitkarnt Uploaded on Oct 11, 2009

สารคดีเชิงข่าว ตอน"เหตุการณ์จริง! เบื้องหลังภารกิจตำรวจ(คน)ไทยในลอส แองเจลลิส" รายงานพิเศษจากอเมริกา"ตอนที่ 19 ในความร่วมมือระหว่าง วิทยุเสียงอเมริกา Voice Of America หรือ VOA ภาคภาษาไทย กับ สถานีข่าว TNN24 (ทรูวิชั่นส์) ของโครงการคัดเลือกผู้สื่อข่าวด้านวิทยุโท­รทัศน์จากประเทศไปร่วมทำงานกับ VOA ภาคภาษาไทย ที่กรุงวอชิงตัน 

Read more ...

ข้อบกพร่องการขอฝากขัง, การขอหมายจับ, การขอหมายค้น, การจับกุม และการเบิกความ

27/6/58
ตามที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้จัดสัมมนาฯ เมื่อ 18-19 มิ.ย.58 ณ โรงแรมเอส ดี อเวนิว

สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

- เวรฝากขังที่มายื่นตั้งแต่ 09.00 น. พบว่าผู้พิพากษาอ่านคำร้องช้า

ศาลจะมีหนังสือเวียนขอความร่วมมือผู้พิพากษาทุกท่านให้ช่วยอ่านให้เร็วขึ้น

- ให้ พงส.มามายื่นคำร้องฝากขังก่อน 12.00 น.

เพราะช่วงบ่ายผู้พิพากษาจะอ่านต่อหน้าผู้ต้องขังผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ หากมีกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ขอให้ประสาน จนท.ศาลให้ทราบก่อนล่วงหน้า

1.ข้อบกพร่อง กรณีฝากขัง

1.1 วันที่ผิด

1.2 เวลาศาลสอบถาม ห้าม พงส.อ้างตนเองเป็นเวรฝากขัง  ไม่ใช่เจ้าของคดี จะถือว่าละเมิดอำนาจศาล

1.3 ช่องที่ลงชื่อพนักงานสอบสวน  ที่มีวงเล็บ คดีระหว่าง  ให้ลงชื่อของผู้ยื่นคำร้อง ไม่ใช่ชื่อของ พงส.เจ้าของคดี

1.4 การระบุวันที่ให้ศาลอนุญาต ระหว่างวันที่เท่าไหร่ ถึงวันที่เท่าไหร่ นั้น นับให้ถูกต้อง เพราะศาลจะอนุญาตตามขอ แต่หากนับวันผิดก็จะทำให้หลุดฝากขังได้

1.5 เหตุที่ศาลจะอนุญาตฝากขังได้ มีเพียงเหตุเดียวคือ สอบสวนปากคำพยานอีกกี่ปาก ไม่ใช่รอผลการตรวจพิมพ์มือ หรือผลการตรวจพิสูจน์ของกลางแต่อย่างใด  จึงให้ พงส.นับจำนวนฝากขังให้ดีว่าได้กี่ฝาก แล้วระบุจำนวนพยานลดลงครั้งละปาก  ห้ามใช้คำว่า สอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติมอีก...ปาก เพราะศาลถือว่าเป็นการสอบสวนปากคำพยานเก่าเพิ่มเติม ศาลจะขอดูเอกสารเพิ่มเติม และเป็นข้อต่อสู้ของทนาย

1.6 กรณีมีการควบคุมตัวก่อนส่งฝากขังยังศาลโดยใช้กฎหมายพิเศษ เช่น การใช้อำนาจ ป.ป.ส. เป็นต้น ให้ พงส.ลงรายละเอียดถึงความจำเป็นในการควบคุมตัวโดยอ้างว่าใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าว หากศาลตรวจพบโดยไม่ได้อ้าง ถือว่าเป็นการควบคุมตัวเกิน 48 ชม. จะยกคำร้อง

1.7 กรณีผัดฟ้อง ซึ่งมีกำหนดครั้งละ 6 วัน แต่ต่อมาภายหลังได้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม แล้วอยู่ในอำนาจของศาลอาญา ห้ามยื่นคำร้องขอยกเลิกคำร้องผัดฟ้องเดิม เพราะจะทำให้อำนาจการสั่งขังของศาลสิ้นสุด ให้ยื่นคำร้องขอแก้โดยขอฝากขังต่อ โดยศาลจะนับจำนวนวันตาม วิ.อาญา

1.8 การฝากขังให้ดูจำนวนวันเป็นหลัก ไม่ใช่จำนวนครั้ง หากวันไม่ครบจะขอฝากขังครั้งที่เกินจากที่เคยปฏิบัติได้

1.9 การฝากขังครั้งที่ 1 กรณีจับตามหมายจับ ในคำร้องให้มีพฤติการณ์แห่งคดีมาด้วยว่า ผู้ต้องหาไปกระทำความผิดอะไร อย่างไร ทรัพย์สินอะไรเสียหายเท่าใด เพราะที่ศาลจะได้ใช้ดุลยพินิจในการสั่งและการปล่อยตัวชั่วคราวได้

1.10 การคัดค้านการประกันตัว จะต้องมีการแถลงให้ชัดเจน มีเอกสารพอสมควร

1.11 กรณีมีการนำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมที่อื่นก่อนมาศาล โดยไม่มีกฎหมายพิเศษรองรับ ไม่ต้องบรรยายในคำร้องมาด้วย เพราะจะเกิน 48 ชม.

1.12 นรต.ฝึกงาน ไม่ใช่ พงส. ห้าม นรต.ฝึกงาน มายื่นคำร้องขอฝากขัง

2.ข้อบกพร่อง กรณีหมายจับ

2.1 หากมายื่นคำร้องหลังเวลาราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเที่ยงคืน ต้องเป็นกรณีเร่งด่วน เจอตัวแล้ว ได้ตัวแล้ว เป็นต้น

2.2 การรู้ตำหนิรูปพรรณผู้กระทำผิดก็สามารถขอหมายจับได้แล้ว ถึงแม้ว่าต่อมาภายหลังทราบชื่อ ไม่ต้องมายื่นคำร้องขอหมายจับใหม่แล้วยกเลิกหมายจับเดิม เพราะจะทำให้หมายจับดังกล่าวสิ้นไป ให้มายื่นคำร้องเพิ่มเติมหมายจับ พร้อมสำเนาทะเบียนราษฎร์ผู้ต้องหา

2.3 กรณีที่ได้ตัวมาแล้ว มายื่นคำร้องขอหมายจับ แต่ไม่ได้บรรยายคำร้องขอหมายจับตามรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นการเชิญตัวมาเพื่อขอหมายจับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ต้องดูระยะเวลาการควบคุมตัวด้วยว่าสมเหตุสมผล ไม่ใช่ข้ามวันข้ามคืนมาแล้ว

2.4 การส่งหมายเรียกผู้ต้องหา ต้องตาม ป.วิอาญาเท่านั้น คือ ต้องส่งให้ญาติ พี่น้อง สามีภรรยา เท่านั้น คนอื่นห้าม

2.5 คำร้องขอหมายจับ ให้บรรยายข้อเท็จจริงให้มากๆ เพื่อศาลจะได้เห็นข้อเท็จจริง

2.6 อายุความมักจะผิด ให้ตรวจสอบด้วย

2.7 กรณีมีการจับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาได้แล้ว ไม่ต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนหมายจับ เพราะหมายจับย่อมสิ้นไปเมื่อมีการจับกุมตัวผู้ต้องหา ให้ยื่นคำร้องแจ้งการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อให้ศาลแจ้งหน่วยงานที่ศาลได้ส่งหมายจับไปทราบ

2.8 คดีศาลแขวง การขอหมายจับโดยไม่มีหมายเรียกผู้ต้องหาและผลการส่งหมายเรียก จะถือว่าไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ศาลจะยกคำร้อง

2.9 การส่งหมายเรียกผู้ต้องหา ให้เวลาแก่ผู้ต้องหาด้วย ควรสัก 1-2 สัปดาห์ นับแต่รับหมายเรียก

2.10 ในคำร้องให้บรรยายด้วยว่า ” ได้มีการส่งหมายเรียกผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาไม่มาพบตามหมายเรียก เชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี “

2.11 ต้องมีเอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอหมายจับ เช่น คำให้การผู้กล่าวหา,พยาน, ภาพจากกล้องวงจรปิด ฯลฯ เพื่อศาลจะได้ใช้ดุลยพินิจได้

2.12 คดีตาม พรบ.ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ให้มีสำเนาเช็คและใบคืนเช็ค พร้อมด้วยเอกสารแสดงมูลหนี้ เช่น สัญญากู้ยืม หรือเอกสารการซื้อขาย, หนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ถือเป็นสาระสำคัญ

2.13 กรณีผู้ต้องหามีหลายคนในคดีเดียวกัน  คำร้องขอหมายจับให้มีชุดเดียว ไม่ต้องแยกกัน ส่วนหมายจับของใครของมัน

2.14 ในช่อง “เคยยื่นคำร้องขอหมายจับมาก่อนหรือไม่” หากมีการยื่นแล้วศาลยก แล้วมีการยื่นใหม่ ให้ระบุด้วย เพื่อศาลจะได้ตรวจสอบถึงสิ่งที่จะต้องให้ทำเพิ่มเติม หากศาลพบเองจะยกร้อง

3. ข้อบกพร่อง กรณีหมายค้น 

3.1 การขอหมายค้น ควรทำแผนที่ ภาพถ่ายสถานที่ที่จะทำการตรวจค้น และควรมีความเห็นผู้บังคับบัญชาอนุมัติมาด้วย อย่างน้อยต้องระดับ ผกก., รอง ผกก. เพื่อป้องกันการตีเมืองขึ้นของผู้ใต้บังคับบัญชา

3.2 ควรมีหนังสือขออนุมัติ เห็นควรออกหมายค้น เสนอตามลำดับชั้น

3.3 การขอหมายค้นตอนกลางคืน ต้องเป็นผู้ร้ายสำคัญ และมีระดับชั้นผู้ค้นพอสมควร

3.4 ในหมายค้นควรต้องระบุด้วยว่า ใครเป็นผู้เข้าทำการตรวจค้นบ้าง

3.5 นักข่าวไม่ควรเข้าค้นด้วย เพราะในหมายคืนจะระบุเฉพาะเจ้าพนักงานของรัฐ ถ้าจะให้มีควรมีบัญชีผู้เข้าตรวจค้นแนบท้ายคำร้องด้วย

3.6 การมายื่นขอหมายค้น ให้แต่งกายในเครื่องแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปขอยื่นคำร้องที่บ้านของผู้พิพากษา

ควรเลี่ยงตรวจค้นเวลา 06.00 น. เพราะจะเสี่ยงในการตรวจค้นเวลากลางคืน  ควรสัก 07.00 น.

4. ข้อบกพร่องในการเบิกความ

พบว่าเกิดข้อบกพร่องทำให้ศาลยกฟ้องจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดียาเสพติด ผู้จับกุมที่จะไปเบิกความที่ศาลควรเตรียมตัวเป็นอย่างดี เช่น

- สถานที่เกิดเหตุ ให้ชัดเจน

- การจับกุมผัว ก็ไม่ควรจับกุมเมียด้วย เพราะมีฎีกายกฟ้องมาแล้ว

- การจับกุมยาเสพติดที่พบอยู่ในรถ คนซ้อนหรือผู้โดยสารไม่ควรจับมาด้วย

- จับกุมในโรงแรมหรือบ้าน หากพบยาเสพติดอยู่ที่ใคร ให้จับกุมเฉพาะคนนั้น
Read more ...

ผบ.ตร.เปิดตัวโครงการรับแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้าย ผ่านแอพพลิเคชั่น Police i lert u บนสมาร์ทโฟน

8/6/58


วันที่ 3 มิ.ย.2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการรับแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้าย ผ่านแอพพลิเคชั่น Police i lert u บนสมาร์ทโฟน พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น., คุณปรีชา เอกคณากุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และคุณกิตตินันท์ อนุพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแอนนี่แวร์ ทู โก จำกัด ณ ลานอีเดน ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

วันที่ 3 มิ.ย.2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการรับแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้าย ผ่านแอพพลิเคชั่น Police i lert u บนสมาร์ทโฟน พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น., คุณปรีชา เอกคณากุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และคุณกิตตินันท์ อนุพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแอนนี่แวร์ ทู โก จำกัด ณ ลานอีเดน ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ที่มาเว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
Read more ...

สีกากีเฮ! จ่อนับราชการทวีคูณช่วงกฎอัยการศึก

5/6/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 4 มิ.ย.2558

สีกากีเตรียมเฮ ผบ.ตร.ชงเรื่องนับทวีคูณ “บิ๊กป้อม” ไฟเขียวเห็นชอบตามเสนอ จ่อบรรจุวาระเข้า ครม.นัดต่อไป

วันนี้ (4 มิ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการขออนุมัติคณะรัฐมนตรีให้สิทธิการนับเวลาราชการทวีคูณกับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การประกาศใช้กฎอัยการศึกว่า ตนได้เสนอเรื่องดังกล่าวเพื่อขอความเห็นชอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ได้รับหนังสือตอบรับจาก พล.อ.ประวิตร ว่าได้พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ สมควรให้นำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะมีการบรรจุวาระขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งต่อไป

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า สิทธิการนับเวลาราชการทวีคูณสำหรับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้น ตามที่ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 บัญญัติว่า ในกรณีที่มีการใช้กฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ใดให้คณะรัฐมนตรี มีอำนาจพิจารณาให้ข้าราชการซึ่งประจำปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตที่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้นได้รับการนับเวลาราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างนั้นเป็นทวีคูณได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้พิจารณาความจำเป็นของสถานการณ์โดยคำนึงถึงความยากลำบากและการเสี่ยงอันตรายอย่างแท้จริงของราชการนั้น และโดยข้อเท็จจริงสำหรับข้าราชการทหาร คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติสิทธิการนับเวลาราชการทวีคูณในห้วงเวลาที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึง 26 ม.ค. 2550 และตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 ถึง 1 เม.ย.2558

“การปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจภายใต้สถานการณ์ที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติย่อมปฏิบัติงานด้วยความลำบาก และเสี่ยงอันตรายกว่าสถานการณ์ปกติทั่วไป ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว และเป็นขวัญกำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ จึงสมควรนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในหลักการทำนองเดียวกับข้าราชทหารที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในห้วงเวลาเดียวกัน” ผบ.ตร.ระบุ
Read more ...

สตช.จับมือ ยธ.เปิดโครงการ 1 ตำรวจ 1 ร.ร.แก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

17/5/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 15 พ.ค.2558

สตช.ร่วมกับ ยธ.ผุดโครงการ 1 ตำรวจ 1 โรงเรียนแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา หวังตัดกลุ่มเป้าหมายของนักค้ายาเสพติด ระบุมี 1,447 โรงพัก และ 1,000 โรงเรียนร่วมโครงการ จ่อขยายโครงการครอบคลุม 30,000 โรงเรียน

วันนี้ (15 พ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการตำรวจประสานโรงเรียนแก่หัวหน้าส่วนราชการและผู้ปฏิบัติงานในโครงการทั่วประเทศ โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม อาทิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกรุงเทพมหานคร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือโครงการตำรวจประสานโรงเรียน หรือ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 โรงเรียน มีสถานีตำรวจภูธร 1,447 แห่ง และมีโรงเรียน 1,000 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ มีสถาบันของกระทรวงศึกษาธิการแสดงความเห็นอยากให้ขยายไปในหลายๆโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 งาน คือ งานปราบปราม การบังคับใช้กฎหมาย และการฟื้นฟู ส่วนการประชุมในครั้งนี้เป็นเรื่องของการป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเน้นไปยังบุคคล 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเยาวชน กลุ่มแรงงาน และกลุ่มประชาชนทั่วไป สำหรับกลุ่มเยาวชนจะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นการพัฒนาความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปอีกขั้นหนึ่ง นอกจากนี้ ในอนาคตจะขยายการดูแลไปยังระดับอุดมศึกษา รอบสถานที่ศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด สิ่งอบายมุข การจัดระเบียบต่างๆซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

“แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะให้ความสำคัญและเน้นการทำงานในด้านนี้ คือการให้ความเข้มข้นในการจัดการ เพียงแต่ที่ผ่านมาประชาชนอาจยังไม่เห็นการบูรณาการร่วมกันที่ชัดเจน และให้ค่ากับการบังคับใช้กฎหมายการจับยาเสพติด ในความจริงแล้วการทำงานป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติดต้องทำพร้อมกันทั้ง 3 ระบบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาในการฟื้นฟูและการบำบัด รวมถึงศูนย์บำบัด วิทยากร นั้น เรากำลังเร่งจัดการ ทั้งนี้ในการจัดตั้งโครงการดังกล่าวเพื่อต้องการตัดกลุ่มเป้าหมายของนักค้ายาเสพติด เพราะถ้าเราตัดตรงส่วนนี้ได้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจะได้ผลมากขึ้น” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

รมว.กระทรวงยุติธรรมกล่าวอีกว่า โครงการนี้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ต่อ 1 โรงเรียนเข้าไปดูแล ให้ความรู้แก่นักเรียนในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนจะขยายโครงการให้ครบ 30,000 โรงเรียนนั้น ตนได้มีการพูดคุยกับกับฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทยแล้วว่าสามารถทำได้หรือไม่ โดยในวันที่ 4 มิ.ย.นี้จะมีการประชุมร่วมกับกระทรวงแรงงาน ประชาชนทั่วไป และสถานศึกษา อาชีวะศึกษา ในเรื่องระบบการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าจะสามารถเข้าไปทำโครงการนี้ในโรงเรียนสถานศึกษาได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ โดยในระดับประถมศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดตำรวจครูแดร์เข้าไปสอนให้ความรู้เรื่องยาเสพติด และการรู้จักปฏิเสธยาเสพติดให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้งนี้ จากการประสานงานระหว่างหน่วยงาน พบว่าเด็กนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาบางคน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด บางโรงเรียนแก้ปัญหาได้เอง บางโรงเรียนก็เกินขีดความสามารถของครูที่รับผิดชอบ

“การแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องดำเนินการให้ครอบคลุม ทั้งในมิติการป้องกัน ปราบปราม และการบำบัดรักษาควบคู่กันไป โดยมีรายงานว่าบางโรงเรียนครูที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังก็ถูกคุกคามจากกลุ่มผู้ค้าหรือผู้มีอิทธิพล ดังนั้น เพื่อที่จะรองรับและแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินกิจกรรมโครงการตำรวจประสานโรงเรียน 1 ตำรวจ 1 โรงเรียน โดยเริ่มดำเนินการในภาคการศึกษาที่ 1/2558 หรือตั้งแต่พฤษภาคม-สิงหาคม 2558 ในทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศแล้ว” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
Read more ...

ต่อ 191 ไม่ติด บช.น.คิดแอปฯ POLICE I LERT U แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย เปิดโหลดสิ้นเดือนนี้

13/5/58

12 พฤษภาคม 2558 14:39 น.

ASTV ผู้จัดการ - ตำรวจนครบาลออกแอปฯ POLICE I LERT U แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายผ่านแอปพลิเคชันในเขต กทม. เผยเป็นช่องทางบริการประชาชนอีกหนึ่งทาง หลัง 191 กระหน่ำโทร.ไม่ว่างวันละ 7-8 พันครั้ง แต่ 90% สอบถามเส้นทาง และแกล้งโทร.ที่ไม่ใช่เหตุด่วนเหตุร้าย เปิดให้โหลดได้สิ้นเดือนนี้

วันนี้ (12 พ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) 

พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) 

เปิดเผยถึงโครงการรับแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้าย ผ่านแอปพลิเคชัน POLICE I LERT U ว่า ในปัจจุบันการแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้าย-เหตุฉุกเฉินใน กทม.ซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยใช้ระบบการแจ้งเหตุผ่านทางหมายเลข “191” ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์รวมข่าวกองบังคับการตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (กก.ศร.บก.สปพ.) ไม่ว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน หรือประสบอุบัติเหตุ เช่น งูเข้าบ้าน, รถจอดขวางหน้าบ้าน, ไฟไหม้, ลักทรัพย์, วิ่งราวทรัพย์, ชิงทรัพย์, ปล้นทรัพย์, ทะเลาะวิวาท และฆาตกรรม เป็นต้น ก็จะต้องทำการชี้แจงรายละเอียดพฤกติการณ์ สถานที่ที่เกิดเหตุให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นทาง 191 จะประสานข้อมูลไปยังกองบังคับการตำรวจ 1-9 และกองบังคับการจะส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่สายตรวจในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งในขั้นตอนทั้งหมดนี้อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะที่ผ่านมามีประชาชนที่ติดต่อไปยังหมายเลข 191 วันละประมาณ 7,000-8,000 ครั้ง โดยร้อยละ 90 จะเป็นการสอบถามเส้นทาง และการแกล้งแจ้งเหตุที่ไม่ใช่เหตุด่วนเหตุร้ายซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ประสบเหตุด่วน-เหตุร้ายติดต่อเข้ามาไม่ได้ หรืออาจจะต้องรอสายเป็นเวลานาน ทางเจ้าหน้าที่จึงคิดค้นแอปพลิเคชันที่จะช่วยเหลือประชาชนในการแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้ายต่างๆ แจ้งไปยังกองกำกับการศูนย์รวมข่าว (ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า), ศูนย์วิทยุกองบังคับการ, ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในเวลาเดียวกัน เช่นกรณีที่ประชาชนถูกชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกาย อาจจะเกิดอาการวิตก ตกใจกลัว จนไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ก็สามารถกดแอปพลิเคชัน POLICE I LERT U ในโทรศัพท์มือถือเพื่อแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ทันที

พล.ต.ต.ฉันทวิทย์กล่าวอีกว่า ในโครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายการปรามปรามอาชญากรรมของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่เป็นการยกระดับมาตฐานการรักษาความปลอดสงบเรียบร้อย และการป้องกันอาชญากรรมขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานสายตรวจให้มีความพร้อมในการระงับเหตุ และเพิ่มความถี่การตรวจในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ

อย่าไรก็ตาม สิ้นเดือนพฤษภาคมจะเริ่มให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันPOLICE I LERT U (แอปพลิเคชันช่วยชีวิตแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้าย) ในระบบไอโอเอส และแอนดรอยด์ เมื่อโหลดมาให้กรอกข้อมูลของเจ้าของเครื่องนั้นๆ และเปิดแชร์ตำแหน่ง หรือเปิดจีพีเอส (GPS) โดยจะใช้ระบบนี้ควบคู่กับหมายเลข 191 ในกรณีที่ประชาชนประสบปัญหา หรือเหตุฉุกเฉินแล้วไม่สามารถติดต่อที่หมายเลข 191ได้ ก็สามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ซึ่งจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ โดยตรง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เจ้าหน้าที่สามารถไปถึงที่เกิดเหตุได้เร็วที่สุด
Read more ...

น.5 เปิดตัวแอพ police i lert u

27/4/58

เมื่อ 15 ธ.ค.2557

พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร รอง ผบช.น. เปิดตัวแอพลิเคชั่น police i lert u เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายกับตำรวจท้องที่ในสังกัด บช.น. ได้สะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม 
Read more ...

การควบคุมสั่งการแอพ police i lert u

27/4/58

Read more ...

แผนการตรวจของตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม (สายตรวจ)

23/4/58

เขียนเมื่อ 23 เม.ย.2558

เงื่อนไขที่จะต้องปรากฏในแผนการตรวจมีดังต่อไปนี้

1. 2-0 จะต้องมีแผนตรวจตู้ยาม ตู้รับแจ้งเหตุ

2. ในการตรวจทุกๆ 1 ชม. ของสายตรวจ ใช้เวลาตรวจ 30 นาที
หยุดพักรถ สังเกตการณ์ตามตู้แดงและจุดต่างๆ
และพบปะพูดคุยกับประชาชน(Stop Walk Talk)30นาที

3. ในทุก 4 ชม. สายตรวจจะต้องตรวจตู้แดงทุกตู้ในเขตตรวจที่รับผิดชอบ
จากนั้นให้สลับเขตตรวจไปจนกว่าจะครบ 8 ชั่วโมง

4. ปรับแผนการตรวจทุก 10 หรือ 15 วัน ตามความเหมาะสม

5. สายตรวจต้องเยี่ยมเยียนประชาชน 2 บ้าน/สาย/ผลัด

6. 2-0 ต้องตรวจห้องควบคุมทุกผลัด (ต้องระบุในแผนการตรวจให้ชัดเจน) และ สวป. หรือ รอง ผกก.ป.
ต้องตรวจห้องควบคุมทุกวัน

7. กำหนดจุดสกัดจับในแต่ละเขตตรวจให้ชัดเจน

8. ต้องกำหนดจุด ว.10 ก่อนออกเวร (ก่อน 5 นาที และหลัง 10 นาที)

9. ต้องกำหนดจุด ว.10 เมื่อฝนตก

10. ในแผนการตรวจควรระบุให้ชัดเจนว่า มีการตรวจจำนวนก่อนเวลา 30 นาที

11. กำหนดจุด ว.43 เคลื่อนที่ จำนวน 1 ชม. ต่อผลัด

12. ควรกำหนดจุด ว.4 ว.10 จุดล่อแหลม สถานที่เคยเกิดเหตุ ของสายตรวจแต่ละเขต

13. ควรระบุการเรียกแถวตรวจจำนวนก่อน ว.14 หลังเวลา 30 นาที

14. ควรระบุเป็นหมายเหตุในแผนการตรวจว่า การ ว.10 ประจำจุดก้าวสกัดจับ ให้ ว.10 ประมาณ 20-30 นาที จึงค่อยสั่งให้เลิก ว.10

15. ควรระบุเป็นหมายเหตุว่า สวป. หรือ 2-0 ต้องแจ้งวิทยุอย่างน้อยชั่วโมงละ 1 ครั้ง
และสายตรวจต้องแจ้งวิทยุทุกๆ 30 นาที
Read more ...

บอสใหญ่ “ปืนกล็อก” เสนอขายปืนให้ ตร.ในราคาพิเศษ

22/4/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 21 เม.ย.2558

บอสใหญ่ปืน “กล็อก” เข้าพบ ผบ.ตร.เสนอขายปืนราคาพิเศษ ตามโครงการซื้อปืนประจำกายราคาพิเศษให้ข้าราชการตำรวจ เพื่อทดแทนปืนรุ่นเก่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กันอยู่ในขณะนี้

วันนี้ (21 เม.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสเวน เดอร์ โซเตอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กล็อก เอเชียแปซิฟิก จำกัด และคณะ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อแสดงเจตจำนงต้องการขายปืนกล็อกให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดโครงการซื้อปืนประจำกายราคาพิเศษให้ข้าราชการตำรวจ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า วันนี้บริษัท กล็อก เอเซียแปซิฟิก จำกัด ได้มาเข้าพบและแสดงความจำนงที่จะขายปืนกล็อกให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในส่วนที่ตนจะจัดโครงการซื้ออาวุธปืนราคาถูกให้แก่ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย หรือทุกระดับที่ต้องการมีปืนไว้เป็นของตนเอง คงจะเป็นปืนที่เป็นมาตรฐานเดียวกับที่มีขายอยู่ทั่วโลก แต่จะเป็นปืนที่มีราคาพิเศษ ขายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ในส่วนนี้ก็จะต้องมีการทำเรื่องเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ทางรัฐบาลช่วยสนับสนุนโครงการนี้ เนื่องจากตนเองต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีปืนเป็นของตนเองและเป็นปืนที่มีราคาพิเศษกว่าในท้องตลาดด้วย โดยการจัดหาซื้อปืนนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการอยู่ อีกส่วนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความต้องการที่จะจัดหาปืนและอุปกรณ์เครื่องใช้ประจำกายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ปฏิบัติ เช่น ปืนรุ่นใหม่ที่มีแหนบกระสุนพิเศษ ที่มีเข็มขัดที่เป็นรูปแบบเดียวกัน ทั้งนี้ก็เพื่อมาทดแทนปืนรุ่นเก่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กันอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นปืนที่ล้าสมัย เก่า และในบางครั้งมีการใช้งานไม่ได้ ในขณะที่คนร้ายมีการพัฒนาใช้อาวุธปืนที่ร้ายแรงมีประสิทธิภาพสูง ถ้าหากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังใช้ปืนของราชการรุ่นเก่าอยู่ก็จะเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า ราคาของปืนก็จะอยู่ที่ 18,000 บาท ส่วนจำนวนจะเพียงพอต่อความต้องการของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตำรวจ ขณะนี้ก็มีการสำรวจและได้ขอให้มีการส่งรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการปืนรุ่นใหม่ภายในวันที่ 20 ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ส่วนกลางก็อยู่ระหว่างรวบรวมอยู่ หากมีจำนวนมากจะต้องมีการทยอยซื้อเป็นรอบๆ ไป เรื่องราคาก็ไม่ขอยืนยันว่าจะคงที่ 18,000 บาท แต่จะพยายามให้ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันขึ้นอยู่กับค่าเงินในขณะนั้นด้วย และปืนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องซื้อเป็นปืนประจำกาย เท่าที่ศึกษาก็ต้องมีเรื่องภาษีบุคคล ส่วนนี้ก็อาจต้องมีบวกลบนิดหน่อย แต่คงไม่มาก ในส่วนโครงการนี้ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ อย่างที่เคยบอกว่าตนมีความตั้งใจอยากทำอะไรให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการตำรวจมากๆ แต่เรื่องนี้ก็ต้องเป็นโยบายของรัฐบาลด้วย แต่ตนก็คิดว่านายกรัฐมนตรีก็เล็งเห็นความสำคัญของปืนที่ตำรวจชั้นผู้น้อยควรจะมี เพราะปืนล็อตนี้เราจะไม่ให้มีการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของคนอื่นนอกจากผู้สืบสกุลเท่านั้น
Read more ...

ฝากบ้านไว้กับตำรวจ สายตรวจ QR CODE

11/4/58




โดยสำนักข่าวไทย เมื่อ 11 เม.ย.2558

ประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาว สงกรานต์ ทยอยเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจแล้วกว่า 2,000 หลัง โดยปีนี้ตำรวจได้นำแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนมาช่วยดูแล เพิ่มความอุ่นใจให้กับประชาชน

เมื่อสายตรวจนำสมาร์ทโฟนไปสแกนกับ QR CODE จะเข้าสู่โหมดกล้องหน้าโดยอัตโนมัติเพื่อถ่ายรูป ซึ่งจะถูกแปรเป็นข้อมูลถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ ประกอบด้วย ข้อมูลเวลา สถานที่ ชื่อ และรูปถ่ายของสายตรวจ รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์

นอกจากนี้จะปรากฏแผนที่ GPS แสดงจุดที่มาตรวจบันทึกแบบเรียลไทม์ ยืนยันได้ว่ามีการตรวจตามสถานที่และเวลาจริง ข้อมูลทั้งหมดนี้ เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบดูได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านการล็อกอินในเว็บไซต์

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยี QR CODE นี้นอกจากช่วยให้ประชาชนอุ่นใจมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการตรวจสอบการทำงานของตำรวจด้วย ในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้ มีประชาชนที่เดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาทยอยฝากบ้านไว้กับตำรวจทั่วประเทศแล้วกว่า 2,000 หลัง เฉพาะในกรุงเทพฯ คาดว่าจะมีมากกว่า 1,000 หลัง

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ประชาชนสามารถติดต่อกับตำรวจท้องที่ได้โดยตรง เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่บ้านได้ทุกเวลา ตำรวจยุคใหม่พยายามพัฒนาแอพพลิเคชั่นมาใช้ ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ กสทช. เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ “ตู้แดงออนไลน์” ที่จะเริ่มทดลองใช้ในช่วงสงกรานต์นี้ โดยเชื่อว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะเป็นช่องทางให้ตำรวจทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น.-สำนักข่าวไทย
Read more ...

สตช.เปิดโครงการฉันทนาอาสาป้องกันอาชญากรรมก่อนเกิดเหตุ

4/4/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 4 เมษายน 2558 13:18 น.

พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการฉันทนาอาสาป้องกันเหตุอาชญากรรม และโครงการสงกรานต์กลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ทำโครงการและกิจกรรมการป้องกันอาชญากรรมก่อนเกิดเหตุ เพื่อลดการสูญเสียชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน เข้าร่วมรับการฝึกอบรมการใช้ยุทธวิธีในการป้องกันตนเองในเบื้องต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจม้า ตำรวจสุนัข และเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงกองร้อยน้ำหวาน ร่วมการฝึกอบรม

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ในการลดและป้องกันอาชญากรรมทุกประเภท รวมถึงเป็นการสร้างเครือข่ายในการป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้วย

ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คุมเข้มผู้ขับขี่และผู้โดยสารห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ฝ่าฝืนจับกุมทันที เนื่องจากสถิติที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยดื่มสุราเป็นอันดับ 5 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย
Read more ...

"นายดาบ"ดีใจ..ได้"หลวงพ่อซัมซุง"ใหม่ บริษัทซัมซุงมอบ"เอส6"ให้ หลังเครื่องเก่าโดนกระสุนพัง

7/3/58
โดยข่าวสด เมื่อ 5 มี.ค.2558

จากกรณีตำรวจสภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบเหตุขับรถปาดหน้าและยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ และพบรถกระบะต้องสงสัย จึงเรียกให้หยุด แต่นายช่างเช้ง ถนอมวิทยา อายุ 46 ปี คนขับรถยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ กระสุนถูกด.ต.โสภณ ทองหลอม ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต เนื่องจากกระสุนไปถูกโทรศัพท์มือถือซัมซุง ซึ่งพกเหน็บไว้ที่เอว ขณะที่นายช่างเช้งถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม และจากการที่ด.ต.โสภณ รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด บรรดาเพื่อนตำรวจต่างยกย่องและพูดกันว่าเพราะ"หลวงพ่อซัมซุง"เป็นฮีโร่ช่วยชีวิตเอาไว้

ล่าสุดวันที่5 มี.ค. ที่สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พ.ต.ต.ยุทธการ เมธา สว.สส.สภ.แม่ริม นำตำรวจฝ่ายสืบสวนที่ปะทะกับคนร้าย เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ทำบุญเลี้ยงพระและประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนรับประทานอาหารร่วมกัน

ด.ต.โสภณที่รอดตายเพราะโทรศัพท์มือถือซัมซุง เปิดเผยว่าบริษัทซัมซุงติดต่อมา เพื่อจะมอบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นกาแล็กซี เอส 6 เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ทดแทนซัมซุง รุ่นโน้ต 2 ของตนที่ถูกกระสุนปืนคนร้ายเสียหาย โดยบริษัทบอกว่าจะออกค่าใช้จ่ายให้เดินทางไปรับโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่กรุงเทพฯ

“ผมรับปากพร้อมจะเดินทางไปรับดีใจอย่างมาก ทั้งรอดตายและทางบริษัทซัมซุงเองก็เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และเตรียมมอบโทรศัพท์รุ่นใหม่ให้ผม และได้เล่าเรื่องนี้ให้ภรรยาฟัง ปกติผมจะพกโทรศัพท์มือถือไว้ที่เอวด้านซ้ายตลอด เป็นเรื่องโชคดีที่กระสุนคนร้ายถูกโทรศัพท์พอดี ตอนที่ผมถูกยิง ผมล้มกลิ้งลงและชักปืนขนาด 9 ม.ม. ยิงต่อสู้คนร้าย แต่เนื่องจากปืนขนาด 9 ม.ม. ไม่ค่อยดี จึงชักปืน 11 ม.ม. อีกกระบอกที่พกมาด้วยออกมายิงสู้” ด.ต.โสภณกล่าว

ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.แม่ริม กล่าวอีกว่าขอขอบคุณโทรศัพท์ซัมซุงที่ช่วยชีวิต และทางบริษัทซัมซุงก็จะมอบเครื่องใหม่ให้ ดีใจสุดๆ ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.เชียงใหม่ ไปที่เกิดเหตุ ท่านเห็นโทรศัพท์ของตนถูกยิงเสียหาย บอกว่าจะหาโทรศัพท์มาให้ใช้สำรองไปก่อน รวมทั้ง พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผบช.ภาค 5 ก็บอกว่าจะหาโทรศัพท์ให้ กระทั่งบริษัทซัมซุงติดต่อมา ขอขอบคุณมาก จะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป มีกำลังใจมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางบริษัทซัมซุงนัดหมายมอบโทรศัพท์มือถือซัมซุง รุ่นกาแล็กซี เอส 6 ให้แก่ ด.ต.โสภณ ที่อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด
Read more ...

“เรืองศักดิ์” ขอ จตช.สอบบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อนแพร่โลกโซเชียล

6/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 มี.ค.2558

รอง ผบ.ตร. ขอ จตช. ตรวจสอบ บัญชีส่วยน้ำมันเถื่อนกระหึ่มโซเชียลมีเดีย สั่งสืบทางลับ หาต้นตอ ที่มา วอนต้นตอแพร่ให้ข้อมูล ขณะที่ โฆษก ตร. ชี้อาจกลั่นแกล้ง สร้างข้อมูลเท็จ

วันนี้ (5 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. (ปป.2) ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ผอ.ศปนม.ตร.) ได้ทำหนังสือบันทึกด่วนที่สุด ถึง พล.ต.อ.ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่มีข่าวปรากฏในโซเชียลมีเดีย ว่า มีตำรวจในกองบัญชาการต่างๆ และบุคลใน ศปนม. ตร. เข้าไปมีส่วนเรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อน ตามที่ปรากฏหรือไม่ พร้อมทั้งได้แนบรายชื่อบุคคลเป็นจำนวน 7 แผ่นไป และหากถ้าผลของการตรวจสอบเป็นอย่างไร ให้สั่งการดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติได้ทันที พร้อมทั้งได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ที่ปรึกษา (สบ10) ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ บช.ภ.8 และ 9 ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทางลับอีกทางว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่ปรากฏตามข่าวในโซเชียลมีเดีย หรือไม่ แล้วให้แจ้งผลการสืบสวนในทางลับให้ทราบโดยด่วน

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานแห่งชาติกำลังตรวจสอบหาต้นตอผู้เผยแพร่ และที่มาของรายชื่อดังกล่าว เนื่องจากยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นบัญชีปลอมหรือไม่ อีกทั้งบุคคลที่อยู่ในบัญชี ส่วนใหญ่เป็นชื่อเล่นและไม่มีการระบุยศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นบัญชีเก่า หรือผู้เผยแพร่อาจต้องการกลั่นแกล้งกันได้ ทั้งชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ก็สามารถหากข้อมูลเปิด แล้วเอามาอ้างถึงได้ ดังนั้น จึงขอเวลาตรวจสอบก่อน โดยหากทราบว่าบัญชีรายชื่อนี้เป็นของใคร ก็อาจจะขอให้มาให้ข้อมูลหรือหากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็จะดีมาก

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบัญชีรายชื่อดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ เจ้าของธุรกิจน้ำมันเถื่อน ที่กำลังหลบหนีหมายจับ ซึ่งเกี่ยวพันกับส่วยเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. หรือไม่ เนื่องจากบัญชีรายชื่อที่ตรวจยึดได้ในบ้านพักของเสี่ยโจ้ ส่วนใหญ่เป็นรายชื่อของชุดจับกุมและยึดได้ในที่เกิดเหตุ แต่ที่มีการแชร์ล่าสุดยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นรายชื่อบุคคลใด ทั้งนี้ทั้งนั้น การดำเนินการคงเทียบเคียงกันไม่ได้ กรณีบัญชีส่วยเสี่ยโจ้นั้น พบในบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าค้น แต่บัญชีที่กำลังแพร่นี้ ปรากฏขึ้นลอยๆ ในอินเทอร์เน็ต
Read more ...

สตช.เร่งประสาน ปปง.ใช้พื้นที่ “บ่อนเตาปูน” ตั้งสถานีตำรวจชุมชน

6/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 มี.ค.2558

โฆษก ตร.ย้ำชัด หากมีพยานแวดล้อมชัดว่ามีการเปิดเล่นพนัน ตำรวจพื้นที่ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ พร้อมเร่งประสาน ปปง.ใช้พื้นที่บ่อนเตาปูนตั้งสถานีตำรวจชุมชน

วันนี้ (5 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบบ่อนเตาปูนว่า สำหรับกรณีบ่อนเตาปูนนั้นตำรวจคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเปิดให้เล่นบ่อนการพนัน แต่จะต้องมีการพิจารณาว่ามีการเปิดให้เล่นบ่อนการพนันมานานเพียงใด จากนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะมีคำสั่งกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจนขึ้น กรณีที่มีการจับบ่อนการพนัน อบายมุข การค้ามนุษย์ และยาเสพติด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าหน่วยงานใดต้องรับผิดชอบบ้างในกรณีที่พยานแวดล้อมต่างๆ ชี้ให้เห็นว่ามีการกระทำผิด แม้จะไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ตำรวจในพื้นที่ก็ต้องรับผิดชอบ



พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ขอใช้อาคารที่ตั้งบ่อนเตาปูนซึ่ง ปปง.อายัดสถานที่ไว้ จัดตั้งสถานีตำรวจชุมชน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด หากได้รับการจากอนุมัติจาก ปปง.จะมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ตั้งสถานีตำรวจเพื่อเป็นจุดประสานงานในชุมชน ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน รับแจ้งเหตุ และรักษาความปลอดภัยภายในชุมชน
Read more ...

สั่งห้ามซื้อขายเหล้าวันมาฆบูชา-ตั้งด่านเข้ม

2/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 2 มี.ค.2558

ตร.สั่งคุมเข้มห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์วันมาฆบูชาโดยเด็ดขาด สั่งตั้งด่านตรวจเข้มถนนทุกสาย

วันนี้ (2 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. มีวิทยุในราชการ ตร. สั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งดำเนินการเข้มงวดในการห้ามจำหน่ายสุราในวันมาฆบูชา 4 มีนาคม โดยให้ประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าทุกประเภท เว้นแต่โรงแรม งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักรตลอด 24 ชั่วโมง ในวันที่ 4 มีนาคม

ขณะเดียวกัน กำชับตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตามเส้นทางต่างๆ อย่างเข้มงวดด้วย
Read more ...

บช.น.เข้มท้องที่ละเลยเปิดบ่อนเจอทั้งวินัย-อาญา

2/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 2 มี.ค.2558

บช.น. คาดโทษ ตร. ท้องที่ปล่อยปละเลยให้มีการเปิดบ่อน ยึดคำสั่งของ ตร. ที่ 234/2548 เป็นหลัก ทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 5 เสือโรงพัก หากละเลยเจอทั้งโทษทางวินัยและอาญา

วันนี้ (2 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย ผบก.น.1 - 9 ผบก.สส.บช.น. และ ผบก. สังกัดใน บช.น. ประชุมเร่งรัดกวดขันจับการกุมบ่อนการพนัน สถานบริการ ไม่ให้มีการลักลอบ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 1 ชัวโมง

พล.ต.ท.ศรีวราห์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่เรียกประชุมในวันนี้ ทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำว่า ให้ดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ 234/2548 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันปราบปรามอบายมุข และทำตามคำสั่งของ คสช. คือ การกวาดล้างบ่อนการพนัน สถานบริการทุกชนิดที่เป็นอบายมุข ซึ่งการคาดโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีปล่อยปละละเลยในพื้นที่ ให้เกิดสถานบันเทิง หรือสถานบริการต่างๆ จะดำเนินการตามขั้นตอนของ ตร. ที่ 234/2548 แน่นอน หากพบว่าแต่ละพื้นที่มีการปล่อยปละละเลย ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อดูว่ามีเจตนาหรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งบ่อนการพนันต่างๆ หรือการลักลอบ จะมีโทษที่แตกต่างกัน ซึ่งตนยังไม่สามารถตัดสินได้ เนื่องจากการกระทำผิดดังกล่าวจะต้องยึดคำสั่งของตร.ที่ 234/2548 เป็นหลัก ส่วนตัวแล้วตนมองว่าไม่ว่าจะพื้นที่ใดมีบ่อนเล็กหรือใหญ่ก็ดำเนินการทันที ส่วนกรณีที่พบว่าบ่อนมีการลักลอบ หรือบ่อนถาวร ก็จะพิจารณาตามโทษไป

เบื้องต้นจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยจริง จะมีบทลงโทษทางวินัย แต่ถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ก็จะถูกดำเนินคดีทางอาญา นอกจากนี้ ถ้ามีหน่วยงานข้าราชการหน่วยอื่น หรือชุดอื่นที่เข้าทำงานจับกุมบ่อนการพนัน หรือสถานบริการต่างๆ ก็จะยึดหลักของ ตร .ที่ 234/2548 เพื่อดำเนินการต่อไป

หากมีหน่วยงานอื่นเข้าไปดำเนินการจับกุมบ่อนการพนัน หรือสถานบริการต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเร่งกวดขันไม่ให้มีบ่อนการพนัน หรือสถานบริการในพื้นที่นั้นๆ เพราะคำสั่งที่ 234/2548 ของ ตร. ได้ระบุว่า จะมีการลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้กำหนดโทษ หากมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นๆ เข้าไปจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่นั้นๆ ทาง บช.น. จึงกวดขันให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกหน่วย เร่งจับกุมสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน และสถานบริการทุกแห่งทันที

ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจยึดของกลาง หรือพบการลักลอบเล่นการพนัน หรือสถานบริการ หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ สามารถเข้าไปดำเนินการตรวจยึดทรัพย์ได้ทันที
Read more ...

ผบช.น.แจงกรณีมีคำสั่งให้ ตร.กลับคืนตำแหน่งเดิม

1/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 1 มี.ค.2558

“ศรีวราห์” แจงกรณี ผบก.น.2 เซ็นคำสั่งให้ ตร. กลับไปปฏิบัติหน้าที่หลังสอบไม่พบส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อน ชี้ต้องแยกระหว่าง “บ่อนการพนัน และ การลักลอบเล่นการพนัน” ลั่นไม่เคยมีนโยบายหนุนเรื่องนี้ ระบุในพื้นที่ สน.เตาปูน ไม่มีการลักลอบเล่นพนัน ยันของกลางที่พบเป็นโพยเมื่อปี 2555

วันนี้ (1 มี.ค.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวถึงกรณีที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 มีผลสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการลักลอบเปิดบ่อนและเล่นพนันในท้องที่ สน.บางเขน และ สน.โคกคราม ซึ่งพบว่าตำรวจท้องที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงมีคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมว่า

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.2 ออกคำสั่งดังกล่าวแล้ว ก็ถือให้ตำรวจกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมตามคำสั่ง ซึ่งต้องแยกว่าระหว่างบ่อนการพนันและการลักลอบเล่นการพนันมีความแตกต่างกัน วิญญูชนก็ทราบ โดยที่ผ่านมาทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ไม่เคยมีนโยบายสนับสนุนในเรื่องนี้ ส่วนกรณีบ่อนในพื้นที่ สน.เตาปูน ก็ไม่พบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของกลางที่พบนั้นเป็นโพยเก่าที่เล่นพนันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยข้อมูลส่วนนี้เป็นของเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าจับกุม

อย่างไรก็ตาม ตนจะทำรายงานเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามสายการบังคับบัญชาต่อไป ทั้งนี้ การดูแลกวดขันเรื่องการลักลอบเล่นการพนันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง และไม่ได้แก้ตัว แต่ถ้าจับกุมเรื่องการลักลอบเล่นการพนันได้ ก็จะตรวจสอบในท้องที่เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งให้กวดขันเรื่องการลักลอบเล่นการพนัน และตนในฐานะ ผบช.น. ก็จะยึดตามคำสั่งนี้
Read more ...

คืนตำแหน่ง 5 เสือ 4 สน.ผลสอบไม่ผิดร่วมทหารจับบ่อน

1/3/58

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com เมื่อ 1 มี.ค.2558

โฆษก ตร.เผยผลสอบข้อเท็จจริง ตำรวจ 4 สน.ที่ถูกทหารบุกจับบ่อนการพนันคืน "บ่อนแตก" ไม่พบข้อบกพร่อง เผยระดับกองบังคับการมีคำสั่งคืนตำแหน่ง 5 เสือ ทั้ง 4 โรงพัก เว้น ผบก.น.2 และ 4 ที่ถูกคำสั่ง ผบ.ตร.สอบสวน

พลตำรวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทหารบุกจับกุมบ่อนการพนันพร้อมกัน 3 แห่ง ในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว สน.บางเขน และ สน.โคกคราม เมื่อคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงการบุกเข้าตรวจค้นบ่อนเตาปูนในวันรุ่งขึ้น จนทำให้มีคำสั่งย้ายนายตำรวจ 5 เสือ ทั้ง 4 สน.ไปช่วยราชการ

ล่าสุด การสอบสวนข้อเท็จจริงระดับกองบังคับการ ทั้งในส่วนของ บก.น.2 และ บก.น.4 เสร็จสิ้นแล้ว โดยพบว่า นายตำรวจทั้ง 4 สน.ไม่มีความผิด หรือบกพร่อง เนื่องจากมีรายงานบันทึกจับกุมชัดเจนว่าได้เข้าร่วมกับทหารในการบุกจับกุมตั้งแต่แรก ส่วนที่มีคำสั่งโยกย้ายหลังจับกุมทันที ก็เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริง เกิดความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ให้มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. เป็นคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยในส่วนของ ผบก.น.2 ล่าสุดได้ถูกจเรตำรวจแห่งชาติสอบสวนวินัยด้วย เพราะพบว่ามีการจับกุมบ่อนในพื้นที่หลายแห่ง

ทั้งนี้ โฆษก ตร.ยังคงยืนยันถึงมาตรการขันน็อตและคาดโทษผู้นำหน่วย โดยเฉพาะ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ว่ายังคงมีอยู่ หากปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนการพนันพื้นที่และถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นบุกเข้าจับกุม

นอกจากนี้ ยังรวมถึงตำรวจสอบสวนกลาง ที่ล่าสุดถูกคำสั่งให้เข้ามาช่วยดูแลและรับผิดชอบพื้นที่ร่วมกัน พร้อมยืนยัน ณ ขณะนี้เก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังคงมั่นคงแข็งแรงอยู่ เนื่องจากภาพรวมยังปฏิบัติหน้าที่ได้ดี และไม่มีความขัดแย้งกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด
Read more ...