บช.น.เข้มท้องที่ละเลยเปิดบ่อนเจอทั้งวินัย-อาญา

2/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 2 มี.ค.2558

บช.น. คาดโทษ ตร. ท้องที่ปล่อยปละเลยให้มีการเปิดบ่อน ยึดคำสั่งของ ตร. ที่ 234/2548 เป็นหลัก ทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 5 เสือโรงพัก หากละเลยเจอทั้งโทษทางวินัยและอาญา

วันนี้ (2 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย ผบก.น.1 - 9 ผบก.สส.บช.น. และ ผบก. สังกัดใน บช.น. ประชุมเร่งรัดกวดขันจับการกุมบ่อนการพนัน สถานบริการ ไม่ให้มีการลักลอบ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 1 ชัวโมง

พล.ต.ท.ศรีวราห์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่เรียกประชุมในวันนี้ ทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำว่า ให้ดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ 234/2548 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันปราบปรามอบายมุข และทำตามคำสั่งของ คสช. คือ การกวาดล้างบ่อนการพนัน สถานบริการทุกชนิดที่เป็นอบายมุข ซึ่งการคาดโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีปล่อยปละละเลยในพื้นที่ ให้เกิดสถานบันเทิง หรือสถานบริการต่างๆ จะดำเนินการตามขั้นตอนของ ตร. ที่ 234/2548 แน่นอน หากพบว่าแต่ละพื้นที่มีการปล่อยปละละเลย ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อดูว่ามีเจตนาหรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งบ่อนการพนันต่างๆ หรือการลักลอบ จะมีโทษที่แตกต่างกัน ซึ่งตนยังไม่สามารถตัดสินได้ เนื่องจากการกระทำผิดดังกล่าวจะต้องยึดคำสั่งของตร.ที่ 234/2548 เป็นหลัก ส่วนตัวแล้วตนมองว่าไม่ว่าจะพื้นที่ใดมีบ่อนเล็กหรือใหญ่ก็ดำเนินการทันที ส่วนกรณีที่พบว่าบ่อนมีการลักลอบ หรือบ่อนถาวร ก็จะพิจารณาตามโทษไป

เบื้องต้นจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยจริง จะมีบทลงโทษทางวินัย แต่ถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ก็จะถูกดำเนินคดีทางอาญา นอกจากนี้ ถ้ามีหน่วยงานข้าราชการหน่วยอื่น หรือชุดอื่นที่เข้าทำงานจับกุมบ่อนการพนัน หรือสถานบริการต่างๆ ก็จะยึดหลักของ ตร .ที่ 234/2548 เพื่อดำเนินการต่อไป

หากมีหน่วยงานอื่นเข้าไปดำเนินการจับกุมบ่อนการพนัน หรือสถานบริการต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเร่งกวดขันไม่ให้มีบ่อนการพนัน หรือสถานบริการในพื้นที่นั้นๆ เพราะคำสั่งที่ 234/2548 ของ ตร. ได้ระบุว่า จะมีการลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้กำหนดโทษ หากมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นๆ เข้าไปจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่นั้นๆ ทาง บช.น. จึงกวดขันให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกหน่วย เร่งจับกุมสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน และสถานบริการทุกแห่งทันที

ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจยึดของกลาง หรือพบการลักลอบเล่นการพนัน หรือสถานบริการ หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ สามารถเข้าไปดำเนินการตรวจยึดทรัพย์ได้ทันที
Read more ...

ผบช.น.แจงกรณีมีคำสั่งให้ ตร.กลับคืนตำแหน่งเดิม

1/3/58
โดยผู้จัดการ เมื่อ 1 มี.ค.2558

“ศรีวราห์” แจงกรณี ผบก.น.2 เซ็นคำสั่งให้ ตร. กลับไปปฏิบัติหน้าที่หลังสอบไม่พบส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อน ชี้ต้องแยกระหว่าง “บ่อนการพนัน และ การลักลอบเล่นการพนัน” ลั่นไม่เคยมีนโยบายหนุนเรื่องนี้ ระบุในพื้นที่ สน.เตาปูน ไม่มีการลักลอบเล่นพนัน ยันของกลางที่พบเป็นโพยเมื่อปี 2555

วันนี้ (1 มี.ค.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวถึงกรณีที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 มีผลสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการลักลอบเปิดบ่อนและเล่นพนันในท้องที่ สน.บางเขน และ สน.โคกคราม ซึ่งพบว่าตำรวจท้องที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงมีคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมว่า

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.2 ออกคำสั่งดังกล่าวแล้ว ก็ถือให้ตำรวจกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมตามคำสั่ง ซึ่งต้องแยกว่าระหว่างบ่อนการพนันและการลักลอบเล่นการพนันมีความแตกต่างกัน วิญญูชนก็ทราบ โดยที่ผ่านมาทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ไม่เคยมีนโยบายสนับสนุนในเรื่องนี้ ส่วนกรณีบ่อนในพื้นที่ สน.เตาปูน ก็ไม่พบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของกลางที่พบนั้นเป็นโพยเก่าที่เล่นพนันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยข้อมูลส่วนนี้เป็นของเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าจับกุม

อย่างไรก็ตาม ตนจะทำรายงานเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามสายการบังคับบัญชาต่อไป ทั้งนี้ การดูแลกวดขันเรื่องการลักลอบเล่นการพนันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง และไม่ได้แก้ตัว แต่ถ้าจับกุมเรื่องการลักลอบเล่นการพนันได้ ก็จะตรวจสอบในท้องที่เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งให้กวดขันเรื่องการลักลอบเล่นการพนัน และตนในฐานะ ผบช.น. ก็จะยึดตามคำสั่งนี้
Read more ...

คืนตำแหน่ง 5 เสือ 4 สน.ผลสอบไม่ผิดร่วมทหารจับบ่อน

1/3/58

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com เมื่อ 1 มี.ค.2558

โฆษก ตร.เผยผลสอบข้อเท็จจริง ตำรวจ 4 สน.ที่ถูกทหารบุกจับบ่อนการพนันคืน "บ่อนแตก" ไม่พบข้อบกพร่อง เผยระดับกองบังคับการมีคำสั่งคืนตำแหน่ง 5 เสือ ทั้ง 4 โรงพัก เว้น ผบก.น.2 และ 4 ที่ถูกคำสั่ง ผบ.ตร.สอบสวน

พลตำรวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทหารบุกจับกุมบ่อนการพนันพร้อมกัน 3 แห่ง ในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว สน.บางเขน และ สน.โคกคราม เมื่อคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงการบุกเข้าตรวจค้นบ่อนเตาปูนในวันรุ่งขึ้น จนทำให้มีคำสั่งย้ายนายตำรวจ 5 เสือ ทั้ง 4 สน.ไปช่วยราชการ

ล่าสุด การสอบสวนข้อเท็จจริงระดับกองบังคับการ ทั้งในส่วนของ บก.น.2 และ บก.น.4 เสร็จสิ้นแล้ว โดยพบว่า นายตำรวจทั้ง 4 สน.ไม่มีความผิด หรือบกพร่อง เนื่องจากมีรายงานบันทึกจับกุมชัดเจนว่าได้เข้าร่วมกับทหารในการบุกจับกุมตั้งแต่แรก ส่วนที่มีคำสั่งโยกย้ายหลังจับกุมทันที ก็เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริง เกิดความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ให้มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. เป็นคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยในส่วนของ ผบก.น.2 ล่าสุดได้ถูกจเรตำรวจแห่งชาติสอบสวนวินัยด้วย เพราะพบว่ามีการจับกุมบ่อนในพื้นที่หลายแห่ง

ทั้งนี้ โฆษก ตร.ยังคงยืนยันถึงมาตรการขันน็อตและคาดโทษผู้นำหน่วย โดยเฉพาะ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ว่ายังคงมีอยู่ หากปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนการพนันพื้นที่และถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นบุกเข้าจับกุม

นอกจากนี้ ยังรวมถึงตำรวจสอบสวนกลาง ที่ล่าสุดถูกคำสั่งให้เข้ามาช่วยดูแลและรับผิดชอบพื้นที่ร่วมกัน พร้อมยืนยัน ณ ขณะนี้เก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังคงมั่นคงแข็งแรงอยู่ เนื่องจากภาพรวมยังปฏิบัติหน้าที่ได้ดี และไม่มีความขัดแย้งกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด
Read more ...

'พล.ต.ท.ศรีวราห์' ลั่น เอาผิดให้ถึงที่สุด หากพบการลักลอบเปิดบ่อนพนันในพื้นที่นครบาล

1/3/58
โดยสนุกนิวส์ เมื่อ 1 มี.ค.2558

พลตำรวจโท ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงเรื่องการเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่า ถ้าหากพบเจอทาง ตำรวจนครบาลจะต้องดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดกับผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน ส่วนบ่อนการพนันย่านเตาปูนที่ได้มีการเข้าไปตรวจค้น เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น เป็นบ่อนเก่าที่ไม่ได้มีการเปิดให้บริการมานานแล้ว ส่วนเอกสารและหลักฐานที่พบในสถานที่นั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเอกสารตั้งแต่ปี 2555

อีกทั้งกรณีที่มีการย้ายผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 นั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ได้มีการส่งหนังสื่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว หากหลังจากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการกระทำผิดจริงก็คงจะกลับมาดำรงตำแหน่งได้เหมือนเดิม
Read more ...

ผบช.ภาค 5 สั่งตำรวจโรงพักป่าแดดคัดรายมือชื่อผู้บังคับบัญชา 1 พันแผ่น

25/2/58
โดยเดลินิวส์ เมื่อ 25 ก.พ.2558

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการแชร์กันในโลกโซเชี่ยล ถึงเรื่องแปลกประหลาด ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าแดด จ.เชียงราย นายหนึ่ง ต้องคัดรายชื่อผู้บังคับบัญชา และนามเรียกขานทั้งหมด ด้วยลายมือลงบนกระดาษเอ 4 เป็นจำนวนถึง 1,000 แผ่น เนื่องจากเป็นคำสั่ง พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5

ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยัง 

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5 

โดยได้รับการเปิดเผยว่า ตนเป็นผู้สั่งการเรื่องดังกล่าวจริง เหตุมาจากเมื่อไม่กี่วันมานี้ ตนได้โทรศัพท์ไปยังห้องวิทยุ สภ.ป่าแดด เพื่อตรวจสอบการทำงานของสถานีตำรวจที่อยู่ห่างไกลในเขตรับผิดชอบ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งรับสาย

ตนได้สอบถามว่า ผู้กำกับอยู่หรือไม่ตำรวจนายดังกล่าว ก็ตอบว่า อยู่แถว ๆ นี้ ตนจึงได้สอบถามไปอีกว่าแล้วผู้กำกับ ที่นั่นชื่ออะไร ก็ได้รับคำตอบว่า ชื่อ "วิทยา" ตนก็ได้ถามไปว่า เขามียศ มีตำแหน่ง ทำไมไม่เรียกเขาให้เต็มยศ ให้เกียรติเขาบ้างซิ 

แล้วผู้กำกับนามสกุลอะไร กลับตอบว่า "ไม่ทราบ"ตนจึงได้ติเตียนไปว่า ขนาดผู้บังคับบัญชาระดับผู้กำกับ ตำรวจบนโรงพักที่ประจำ ยังไม่ทราบนามสกุล 

จากนั้นตนจึงได้แสดงตัวไปว่าเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมกับสอบถามว่ารู้จักชื่อตนหรือไม่ ซึ่งนายตำรวจคนดังกล่าวก็ได้ตอบว่า "ไม่ทราบ" 

ตนจึงได้สั่งให้ทำการคัดรายชื่อ ผู้บังคับบัญชาและนามเรียกขาน แต่ไม่ได้สั่งขังแต่อย่างใดที่ต้องสั่งให้ทำแบบนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนต้องรู้ และต้องมีการตื่นตัวในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะอยู่โรงพักที่ห่างไกลก็ตาม
Read more ...

สร้างเสร็จที่แรก'สภ.ห้วยยาง'โรงพักถูกทิ้งงาน396แห่งทั่ว ปท.

25/2/58



โดยไทยรัฐ เมื่อ 22 ก.พ.2558

เสร็จแล้วแห่งแรกโรงพักที่ถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน จาก396แห่งทั่วประเทศ รัฐบาลให้งบฯ สร้างต่อจนเสร็จ"พงศพัศ"ไปตรวจรับที่สภ.ห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเตรียมเรียกค่าเสียหาย ส่งหลักฐานให้อัยการฟ้องผู้รับเหมารายเดิม...    

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.พ.58 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจการก่อสร้างอาคาร สภ.ห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ ผกก.สภ.ห้วยยาง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น กต.ตร.ห้วยยาง และชมรมแม่บ้านตำรวจ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ การตรวจรับงานครั้งนี้ สืบเนื่องจาก บริษัทผู้รับเหมาสร้างสถานีตำรวจอาคาร คสล.2 ชั้น เริ่มสัญญาตั้งแต่ปี 2553 และได้ทิ้งงานในปี 2555 ในขณะที่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ โดยผู้รับเหมาได้เบิกเงินค่าใช้จ่ายจำนวน 5 ล้านบาท จากงบประมาณค่าก่อสร้างทั้งหมด 8.5 ล้านบาท ต่อมารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 4 ล้านสำหรับการก่อสร้างต่อจากของเดิมที่ยังไม่เสร็จ โดยอาคารของ สภ.ห้วยยาง ถือเป็นโรงพักแห่งแรก ใน 396 แห่งทั่วประเทศ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับข้าราชการตำรวจ ที่ได้โรงพักใหม่ทดแทนอาคารหลังเก่าที่ถูกทุบทิ้ง เป็นการก่อสร้างใหม่ ต่อจากผู้รับเหมาทิ้งงาน ใช้เวลาก่อสร้าง 150 วัน มูลค่า 4,315,000 บาท จ่ายเงิน 4 งวดสัญญา ครบกำหนดสัญญางวดสุดท้ายในวันนี้ การก่อสร้างเรียบร้อยดีตามแบบ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นวันทำงานวันแรกกับอาคารโรงพักใหม่ สำหรับไว้บริการประชาชนที่มาติดต่อราชการ ในเขตรับผิดชอบ 1 ตำบล 10 หมู่บ้าน

"ถือเป็นโรงพักแห่งแรกที่ก่อสร้างเสร็จในจำนวน 396 แห่งทั่วประเทศ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติงบฯ ก่อสร้างในปีงบประมาณ 2558 จำนวน 181 แห่ง และอีก 215 แห่งได้ตั้งงบฯ ปี 2559 ไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนความรับผิดของผู้รับเหมารายเดิมที่ทิ้งงานของราชการ ขณะนี้ สตช.เตรียมฟ้องร้องดำเนินคดี เรียกร้องค่าความเสียหาย โดยรวบรวมหลักฐาน ส่งให้สำนักอัยการสูงสุดต่อไป" พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว.
Read more ...

“สมยศ” ส่งคืนรถหรูที่ถูกโจรกรรมข้ามแดนคืนเสือเหลือง

27/1/58

โดยผู้จัดการ เมื่อ 22 ม.ค.2558

ผบ.ตร.มาเลเซียเยือน สตช.ต้อนรับสมเกียรติ เนื่องจากไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 30 ที่กรุงเทพมหานคร “สมยศ” ส่งคืน 20 รถหรูโจรกรรมข้ามแดนให้เสือเหลือง

วันนี้ (22 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยนางพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ และพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้การต้อนรับ ตันศรี ดาโต๊ะ ศรี คาลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย และคณะ โดย ผบ.ตร.และ ผบ.ตร.มาเลเซีย ขึ้นแท่นรับความเคารพและตรวจแถวกองเกียรติยศ ที่บริเวณหน้าอาคาร 1 ตร. หลังจากนั้นได้มีพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) ให้แก่ ผบ.ตร.มาเลเซีย และ เครื่องราชฯชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) แก่ ดาโต๊ะ ปาห์ลาวัน ซุลกิฟลี บิน อับดุลเลาะห์ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุงมาเลเซีย และคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ทั้งนี้เนื่องในโอกาสที่ ตร.เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 30 ที่กรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้ทำพิธีส่งมอบคืนรถยนต์หรูที่ถูกโจรกรรมจากประเทศมาเลเซีย จำนวน 20 คัน ให้แก่ ผบ.ตร.มาเลเซีย เพื่อนำส่งมอบให้เจ้าของต่อไป

พล.ต.อ.สมยศกล่าวถึงการส่งมอบรถว่า รถทั้ง 20 คันถูกโจรกรรมจากประเทศมาเลเซียเป็นการแสดงว่าตำรวจมาเลเซียและตำรวจไทยทำงานร่วมกัน โดยรถที่ส่งมอบคืนในวันนี้เป็นรถที่ได้รับการแจ้งหายและถูกโจรกรรมมาจากประเทศมาเลเซีย และถูกนำเข้าประเทศไทยมาทางด่านศุลกากรของไทย ลักษณะนักท่องเที่ยวเข้ามาในในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หรือบางกลุ่มมีการนำขึ้นเรือ โดยจะมีกลุ่มลูกค้าสั่งจอง หรือกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้มีอิทธิพล นำเข้ามาขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด ตำรวจได้ดำเนินคดีนำรถยนต์เข้าราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษี อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางตำรวจมาเลเซียและตำรวจไทยมีการประสานข้อมูลในการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ แต่ยอมรับว่ายังไม่มีการประสานงานที่ดีเช่นนี้กับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน จึงจะมีการขยายความร่วมมือลักษณะเดียวกันกับประเทศอื่นในอนาคต

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ผบ.ตร.ของไทยและมาเลเซียได้หารือกันเกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย แต่เน้นหารือเรื่องป้องกันปราบปรามอาชญากรรมร่วมกัน
Read more ...